เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

 

เช้าวันใหม่ที่ไม่รู้สึกอยากตื่นขึ้นมา

 

ห้องสีขาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ


สายลมอุ่นพัดเข้ามาในห้อง และผ้าม่านที่ปลิวไปตามลม


ฉันลืมตาตื่นในสถานที่เดิม เวลาเดิม


ตัวฉัน...อยู่ที่นี่มานานเท่าไหร่แล้วนะ...


.

.

.

.

.

.

.

.


"...โระจัง อิโระจัง"

"อ..อ๊ะ... ค..โครมจัง... มีอะไรเหรอ?"

"จะไปบ้านคาซึกิซังน่ะค่ะ อิโระจังจะไปด้วยมั้ยคะ?"

"ไม่ล่ะ ฉันจะเล่นเกมอยู่ที่นี่แหละ ฝากความคิดถึงทุกคนด้วยละกัน ยกเว้น'หมอนั้น'"

"เห..? ทะเลาะกับคาซึกิซังมาอีกแล้วเหรอคะ"

"เปล่าซะหน่อย..."

"ล้อเล่นน่ะค่ะ ฮ่ะๆๆ ถ้าไม่ไป ฉันฝากเฝ้าบ้านหน่อยนะคะ"

"อ..อือ... ไปดีมาดีนะโครมจัง"


อุตส่าห์ได้มีเพื่อนแล้วแท้ๆ อุตส่าห์จะได้เจอทุกๆคน

แล้วทำไม... ฉันถึงเลือกที่จะอยู่คนเดียวอีกแล้ว ฉันนี่มันบ้าจริงๆ...


ไปเล่นเกมที่จะเปิดใหม่ดีกว่า...

ขณะที่ฉันกำลังเปิดเว็บเกมขึ้นมา ก็เห็นข้อความแจ้งเตือนขึ้น


'ขอเลื่อนเวลาเปิดเซิร์ฟเป็นวันที่XXเดือนXXค่ะ ขออภัยในความสะดวกค่ะ'


เชอะ… ไม่เล่นก็ได้


.

.

.

.

.

.

.

.


ร่างกายที่อ่อนแรงเพราะอาการป่วยและบาดแผล ค่อยๆพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากเตียง

ฉันเห็นคุณหมอกับพยาบาลเดินออกจากห้องไป เด็กสาวที่อยู่เตียงข้างๆหันมาทักทายเหมือนอย่างเคย


"อ๊ะ อิโระจัง ตื่นแล้วเหรอ? อรุณสวัสดิ์จ้ะ"

"อ..อรุณ..สวัสดิ์... เป็นอะไรรึเปล่า? หน้าซีดเชียว"

"ป..เปล่าจ้ะ คุณหมอแค่มาบอกอาการน่ะ"

"ง..งั้นเหรอ..."


ทำไม... ทำไมต้องโกหกกันด้วย สีหน้าดูไม่ดีแบบนั้น เป็นใครก็ต้องรู้


"นี่ๆ ไปเล่นกันเถอะ ห้องข้างๆมีเด็กใหม่มาด้วยล่ะ"

"ด..เดี๋ยวสิ" ฉันถูกลากออกไปจากห้อง


ฉันไม่เข้าใจความรู้สึกของเธอจริงๆ…


"เอ๋... ไม่อยู่งั้นเหรอ แย่จัง ไว้มาคราวหน้าละกันนะ"


ทว่า… คนที่เธอกำลังจะพาฉันไปเจอ กลับไม่ได้อยู่ในห้องในตอนนั้น

ในขณะที่พวกเรากำลังจะกลับไปที่ห้อง ฉันก็เห็นเด็กคนหนึ่งเดินสวนมาพอดี


“ร..ระวังข้างหน้า!”

ไม่ทันสิ้นเสียง เธอก็เดินไปชนกับเด็กคนนั้น


"ป..เป็นอะไรมั้ย... ลุกไหวรึเปล่า?" ฉันถามพร้อมยื่นมือไปพยุงตัวเด็กคนนั้นขึ้นมา

"ไม่เป็นไรค่ะ... ขอบคุณนะคะ..."


เด็กคนนั้นหยิบไม้ค้ำยันขึ้นมาแล้วเดินกลับเข้าห้องไป


นั่นมันห้องข้างๆนี่นา… หรือว่าเด็กคนนั้นจะเป็นคนที่เธอบอก...


"ดูไม่ค่อยสุงสิงกับใครเลยนะ..."

"เหมือนใครแถวๆนี้เลยเน้อ~"

"ย..อย่าดึงแก้มสิ มันเจ็บนะ.."

"ขอโทษจ้ะ แหม~ แค่ดึงนิดเดียวเอง~"

"แล้วถ้าเธอโดนบ้างล่ะ"

"อิโระจังไม่มีอารมณ์ขันเลยอ่า~" เธอพูดออกมาอย่างนั้นพร้อมกับพองแก้ม


อารมณ์ขันงั้นเหรอ... อย่างฉัน... คงไม่มีอะไรแบบนั้นสินะ...


.

.

.

.

.


เวลาสายๆวันหนึ่ง


เสียงเคาะประตูเบาๆอย่างเรียบร้อย ได้ก้าวเข้ามาในห้องสีขาวที่ฉันอาศัยอยู่มาจนถึงตอนนี้ ตอนนี้ เสียงนั้น แปรเปลี่ยนจากเสียงของแข็งที่กระทบกับประตูไม้ เป็นเสียงจากการก้าวเท้าเหยียบลงบนแผ่นกระเบื้องสีขาวสะอาดตา เสียงนั้นมาพร้อมกับแผ่นกระดานตรวจเช็คสภาพร่างกายของฉัน


"ยินดีด้วยนะจ๊ะ"


"วันนี้จะได้ออกไปจากโรงพยาบาลแล้วนะจ๊ะ"


“อ..เอ๋...”


“สภาพร่างกายหายดีแล้วล่ะจ้ะ เห็นมั้ย คุณหมอเขาทำให้ไม่เหลือแผลเป็นไว้ด้วย”


คุณพยาบาลพูดพร้อมกับหยิบกระจกในลิ้นชักขึ้นมาให้ดู


ในขณะนั้นเอง ในตอนที่ฉันกำลังตื่นเต้นเล็กๆที่จะได้กลับบ้าน…

แต่ว่า… ตัวฉันน่ะ ไม่มีที่ให้กลับไปอีกต่อไปแล้ว...


เธอเดินมาที่เตียงของฉันและแสดงความยินดี


"ดีใจด้วยนะจ๊ะ อิโระจัง จะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว"

"อ..อือ..."

"ในที่สุดก็ได้กลับบ้านแล้วล่ะนะ" เด็กคนนั้นยิ้มให้ฉันราวกับเป็นเรื่องของตัวเอง

"ฉัน... ไม่มีบ้านหรอก..."

"เอ๋? ทำไมกันล่ะ?"

"ม..ไม่มีอะไรหรอก ลืมๆมันไปเถ----"

"มาอยู่บ้านฉันมั้ยล่ะ?"

“ต..แต่ว่า...”

“เอาเถอะน่า ยังไงตัวฉันก็ไม่มีใครสนใจอยู่แล้ว”

“อ..เอ๋..?”

“ป...เปล่า ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”


ปิดบังอะไรฉันไว้… บอกฉันมาสิ…

แล้วเธอก็แสร้งยิ้มเหมือนอย่างเคยมาทางฉัน


รอยยิ้มอันเสแสร้งนั่น... ฉัน[เกลียด]มัน


ฉันรู้สึกถึงเหตุการณ์บางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

เพียงแต่ว่า ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร


อา ใช่แล้ว ทันทีที่กำลังสังหรณ์ถึงเรื่องราวพิลึกพอลั่นไปอย่างนั้น


เลือดที่ไม่ได้สร้างออกมาจากร่างของฉัน ก็ได้สาดเลอะไหลอาบแก้มของของตัวฉันเอง


ใบหน้าของเด็กที่อยู่ตรงหน้าของฉัน กลับกลายเป็นสีขาวซีด ทั้งๆที่เคยมีสีชมพูระเรื่ออ่อนๆอยู่เมื่อไม่กี่วินาทีที่แล้ว


ฉันกดปุ่มออดเรียกพยาบาลที่อยู่ข้างๆเตียง เสียงออดที่ดังระงม เสียงกรีดร้องจนแทบเป็นบ้าของฉัน

เมื่อรวมกับเสียงของหัวใจอีกดวงที่ใกล้ดับสลายนั้น ราวกับเป็นเสียงริงโทนที่ยอดแย่ที่สุดเท่าที่เคยได้สัมผัสมา


ในตอนนั้น สายให้น้ำเกลือที่กำลังหยดลงมา ชั้นกลับรู้สึกว่ามันไหลลงมาช้ากว่าน้ำเกลือที่หยดลงมาจากตาของฉันเสียอีก


ชายหนุ่มเสื้อกาวน์ที่เรียกว่าหมอ และคุณพยาบาลต่างวิ่งเข้ามาพาเธอเข้าห้องผ่าตัดไป


ตัวฉันที่ได้แต่ยืนน้ำตาหลั่งรินเฝ้ารอคอยผลการผ่าตัด


คุณพยาบาลเดินเข้ามาทางฉันและคอยปลอยใจพลางบอกว่า “ไม่เป็นไรๆ”


คำเสแสร้งนั่น ทันทีที่ฉันได้ยิน ฉันรู้สึกราวกับว่า ฉันได้ยินมากว่าร้อยรอบ ไม่สิ... มากมายจนนับไม่ถ้วนเลยล่ะ

ทันใดนั้นเอง ไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลง

ชายหนุ่มในชุดสีเขียวในชุดผ่าตัดก็เดินออกมาจากประตูเพื่อบอกกับฉัน


"เสียใจด้วย.."


ถ้อยคำที่ทะลุผ่านออกมาจากหน้ากากอนามัยนั้น เป็นประโยคเดียวกันในฉากดราม่าดาดๆของละครหลังข่าวทั่วๆไป ถ้ามีคนกำลังดูละครนี้ของฉันอยู่ละก็ อาจจะไม่สะเทือนอารมณ์อะไรสักเท่าไหร่ แต่กับฉันที่ยืนอยู่ตรงหน้าห้องแห่งความตายนี้ มันหนักอึ้งเกินกว่าจะยิ้มให้กับมัน


ฉันหนีออกมาจากตรงนั้น ณ เวลานั้น ตัวฉันเองยังไม่เข้าใจว่าวิ่งหนีออกมาทำไม


ราวกับว่าสมองสั่งการให้ฉันทำไปแบบนั้น ราวกับว่ามันเกิดขึ้นซ้ำๆและทำไปจนชิน


ฉันนี้มัน[บ้า]จริงๆ... แม้แต่ตัวเองยังแสร้งทำเป็นไม่สนใจมาตลอด แต่สุดท้ายความรู้สึกก็ระเบิดออกมา

ฮ่ะๆๆ... รู้มั้ยว่าฉันอยากร้องไห้แค่ไหนน่ะ... ฉันมันตัวปัญหา...


ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้ อยากหายไปจากโลกนี้


ฉันคว้าแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วทุบมันจนแตก


ฉันเอาเศษแจกันใบนั้น...กรีดทึ้งลงสู่ลำคอของฉัน น้ำสีแดงค่อยๆไหลลงมา ฉาบร่างกายของฉันให้กลายเป็นสีแดงฉาน


ใบหน้าที่เสแสร้งทำเป็นนิ่งเฉยของฉัน เผยรอยยิ้มออกมา...


"ฉันแค่อยากมี[เพื่อน]..."


ทันใดนั้น... รอบๆตัวฉันก็ค่อยๆมืดลง ราวกับว่าฉันได้จมลงไปในมืดมิด


ฉันจะไม่เห็นฝันร้ายนั่นอีกแล้วสินะ...


ตอนนั้น... ฉันรู้สึกได้ว่า ฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้นกำลังจะจบลง


.

.

.

.

.

.

.

.

.


บ้าจริง... เผลอไปนึกเรื่องเมื่อตอนนั้นอีกแล้ว

ฮ่ะๆๆ... ถึงพยายามลบยังไงก็ไม่หมดสินะ ความทรงจำแบบนั้นน่ะ


ตัวฉัน… ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ว่าตัวเองกำลังร้องไห้...


"อะ..อิโระจัง ...น้ำตา"

"เอ๋? อ๊ะ แย่จัง ดันร้องไห้ออกมาซะได้... ....เห๊ะ... โครมจัง... กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่..?"

"เมื่อกี้นี้เองค่ะ ฝนตกลงมาพอดี ฉันพึ่งนึกขึ้นได้ว่าตากผ้าไว้ก็เลยกลับมาก่อนน่ะค่ะ"

"ล..แล้วอิโระจังเป็นอะไรรึเปล่าคะ? เห็นร้องไห้อยู่คนเดียว"

"อ..อ๋อ นี่น่ะเหรอ... ไม่มีอะไรหรอก..."


ฉัน... ยังมีหวังที่จะมีเพื่อนสินะ...

ฮ่ะๆๆ... ลองดูซักตั้ง หาเพื่อนตอนนี้ก็ยังทันอยู่นี่นา

ต่อให้ฉันจะเห็น[ฝันร้าย]ไปอีกสักกี่ครั้ง ฉันก็ยังมีเพื่อนที่ไว้ใจและคอยช่วยเหลืออยู่


"เริ่มเบื่อซะแล้วสิ เกมใหม่ที่บอกจะเปิดก็ดันเลื่อนเปิดซะได้"

"น่าเสียดายนะคะ"

"ไปที่บ้านของหมอนั่นกันมั้ย ไหนๆฝนก็หยุดตกแล้ว"

"บังเอิญนึกวิธีแกล้งดีๆได้ อยากเห็นหน้าหมอนั่นตอนโดนแกล้งจัง ฮ่ะๆๆ"

"แกล้งคนมันใช่เรื่องดีเหรอคะ..."

"เธอเนี่ย ไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลยนะ"

เอ... เหมือนเคยได้ยินคำพูดนี้ที่ไหนกันนะ..?


.

.

.

.

.

.

.

.

.


ทว่า... [ฝันร้าย] มันยังไม่จบ


มันอาจจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ตอนไหน หรือเวลาใดก็ได้ โดยที่ไม่มีใครรู้


หรือแม้แต่ฉันเองก็ยังไม่รู้สึกตัว


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เสร็จแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววว
//กราบไหว้ศาสงามๆที่มาช่วยแต่งอีกแล้ว //ประเคนด้วยนีทและจ๋าห้อยค่ะ
 
รูปประกอบรอไปก่อนนะ(...)

Comment

Comment:

Tweet